ฉันขายกอง Semiconductor ไปแล้วจ้าาาา

ความเดิมตอนที่แล้ว (เมื่อวานฉันให้ Gemini วิเคราะห์พอร์ตลงทุนว่าถ้าฟองสบู่แตกขึ้นมา พอร์ตฉันจะฉิบหา… เอ่อ… จะเสียหายแค่ไหน)

ในโพสต์นั้นฉันเขียนไว้ว่า ฉันสะสมกอง Semiconductor อยู่ประมาณนึง ซึ่งก็ไม่มากหรอก เพราะมันซิ่งไปหน่อย แต่เพราะมันซิ่งนี่แหละ ฉันเลยเลือกที่จะสะสมมันสักหน่อย เพื่อให้จิตใจกระชุ่มกระชวยเวลาเห็นตัวเลขบวกขึ้นมาเยอะๆ (กอง E-Class ที่ฉันถืออยู่ YTD บวกมา 9X% ณ เวลาล่าสุดที่ฉันเปิดแอปดู คือมันไม่ใช่หุ้นรายตัวอะ มันคือกองทุนรวม! แล้วพุ่งขนาดนี้อะนะ… บ้าไปแล้ว!)

แต่พอเริ่มมีข่าวว่าฟองสบู่จะแตก ฉันก็เริ่มนึกถึงคำกล่าวของตัวละครในซีรีส์จีนโบราณเรื่องหนึ่ง (ซึ่งฉันก็ไม่เคยดูหรอก แต่มันผ่านหน้าฟีดใน X บ่อยๆ) ข้อความนั้นบอกว่า “ถึงท่านจะโลภ แต่ก็ควรมีขอบเขต” (จริงๆ เขาไม่ได้พูดแบบนี้ แต่ฉันบิดให้เข้ากับสถานการณ์ของตัวเองไง)

ก็… นี่แหละค่ะ ขอบเขตของฉัน

เมื่อถึงขอบเขตที่ว่า ก็ขายมันไปเถอะ

คือจะเล่ายังไงดี… กอง Semiconductor เนี่ย ที่ผ่านมามันช่วยดึงพอร์ตของฉันให้บวกขึ้นไปเยอะจริงๆ นั่นแหละ

แต่… แต่… แต่… ถึงมันจะพุ่งทะลุฟ้าพรวดๆ หรือเขียวสาแก่ใจอิช้อยซะเหลือเกิน แต่มันก็คือกองที่กระจุกมากๆ กองหนึ่ง ซึ่งด้วยความที่มันกระจุกเกินไป มันก็เลยสร้างความไม่สบายใจนิด-นิดสสสสส์ให้ฉัน (เหมือนมีอะไรมาข่วนแก้มก้น) มาตลอด

ฉันเคยคิดเหมือนกันนะ ว่าซิ่งขนาดนี้ ก็อาจจะมีสักวันที่ต้องปล่อยมือไป

ก็ไม่คิดว่าจะเป็นวันนี้…

และก่อนหน้าที่จะตัดสินใจขาย ฉันแค่คิดจะหยุดสะสมเพิ่มเฉยๆ

ตอนนั้นฉันถาม AI 3 ตัว (Gemini, ChatGPT และ Grok) ว่าถ้าฉันหยุดสะสมกอง Semiconductor เพิ่มในตอนนี้ มันจะมีข้อดีหรือข้อเสียสำหรับฉันมากกว่ากัน? และฉันจะได้เปรียบหรือเสียเปรียบมากกว่ากัน ทั้งในกรณีที่ฟองสบู่จะแตกภายใน 1-5 ปีที่จะถึงนี้ หรือไม่แตกเลยภายในเวลา 10 ปีข้างหน้า และมีไอเดียอะไรที่ดีกว่ามาเสนอหรือเปล่า?

… ค่ะ… ก็บอกแล้วไงว่าฉันเป็นคนโง่ ฉันจะไปคิดอะไรเองเป็นล่ะ ก็ต้องถาม AI อยู่แล้ว!

และ AI ทั้ง 3 ตัวตอบเป็นเสียงเดียวกันว่า “ถ้าฉันเลิกสะสมเพิ่มตอนนี้ ฉันจะได้เปรียบมากกว่าเสียเปรียบ”

ต้องบอกก่อนว่า AI ทั้ง 3 ตัวมันมีข้อมูลการลงทุนและเป้าหมายการลงทุนของฉันอยู่ใน System Instructions อยู่แล้ว ซึ่งเป้าหมายการลงทุนของแต่ละคนก็ไม่เหมือนกันใช่มั้ยล่ะ ถ้าเป็นคนอื่นที่มีเป้าหมายแบบอื่น AI มันอาจจะแนะนำว่า “All-in ไปเลยลวกเพี่ยยย!!” ก็ได้

แต่ในกรณีของฉัน มันวิเคราะห์มาให้แบบนี้ ซึ่งฉันก็มานั่งคิดพิจารณาดูแล้วพบว่า คนอื่นที่เขาไม่ได้ลงกองนี้ (คือลงกองที่ให้ผลตอบแทนน้อยกว่า แต่ก็ผันผวนน้อยกว่าด้วย) เขายังอยู่กันได้สบายๆ เลย (สบายในที่นี้ ฉันจะเน้นหนักไปทางสบายใจมากหน่อย)

และอันที่จริงฉันก็ไม่จำเป็นต้องลงกอง Semiconductor ตั้งแต่แรกเลยด้วยซ้ำ แต่เพราะอารมณ์ชั่ววูบที่อยากจะซิ่งกับเขาบ้างตามประสาวัยรุ่นอะนะ ก็เลยวูบยาวมาจนถึงตอนนี้นี่แหละ

อีกอย่างฉันยังมีกอง Nasdaq-100 ที่มันก็ซิ่งพอสมควรอยู่แล้ว (โอเค มันอาจจะไม่ได้ซิ่งทะลุฟ้าเท่ากอง Semiconductor แต่ฉันก็ถือว่ามันซิ่ง+กระจุกแล้วประมาณหนึ่ง) ก็ไม่จำเป็นต้องเพิ่มตัวซิ่งตัวอื่นอีก โดยเฉพาะตัวที่ซิ่งเกินกว่าหัวใจดวงเล็กๆ และสังขารของฉันจะรับไหว

จะว่าไปแล้วคนขี้เกียจ รักสบาย และใจปลาซิวอย่างฉัน น่าจะลงกองโลกกองเดียวไปเลยให้มันจบๆ พอร์ตจะได้ดูมินิมอล สะอาดๆ แล้วก็จะได้นอนหลับยาวได้สบายๆ ไม่ต้องเปิดแอปดูไปอีก 20-30 ปี แม้พายุจะซัดสาดหรือโลกจะถล่ม ก็ปล่อยให้มันถล่มไปเถอะ เพราะถ้าขนาดกองโลกยังเจ๊งได้ ก็คงมีแค่มนุษย์ดาวอังคารกับมนุษย์ดาวเนปจูนเท่านั้นที่จะรอด ส่วนมนุษย์โลกคนอื่นๆ ก็คงตกอยู่ในชะตากรรมเดียวกันกับฉันนี่แหละ

แล้วก็อย่างที่บอกว่าช่วงหลายเดือนมานี้ มีข่าวเรื่องฟองสบู่จะแตกแล้วแตกอีก

แหม… ขู่กันจั๊งงงงง ขู่อยู่นั่นแหละ

เจอคำขู่วันละ 20-30 รอบ เออ… ยอมรับก็ได้ว่าอินไปหมดแล้วเนี่ย!

ตอนนี้ฉันก็เลยเตรียมตัวรับวิกฤตแล้วค่ะ (เตรียมตัวที่ว่าคือเตรียมลูกประคำกับบักฮื้อเอาไว้) แม้จะรู้ว่าถ้าวิกฤตมันมาจริงก็ไม่รอดหรอก แต่ถ้ากัดฟันหลับหูหลับตาสวดลูกประคำกับเคาะบักฮื้อไปวันๆ แล้วอดทนรอให้มันผ่านไปได้ ก็น่าจะโอเคอยู่

และถ้าสุดท้ายแล้วมันจะไม่เกิดวิกฤตอะไรขึ้นมาเลยตลอดไป… อันนี้นอกจากจะไม่แย่แล้ว มันยังเป็นผลดีกับฉันด้วย เพราะพอร์ตของฉันก็จะแคล้วคลาดจากความฉิxxายได้ยังไงล่ะ หรืออย่างแย่ที่สุดมันก็แค่คลานต้วมเตี้ยมๆ ต่อไปเท่านั้นเอง

เอาจริง แค่ไม่เจ๊งยับๆ กับไม่ถูกเงินเฟ้อวิ่งแซงไปแบบไม่เห็นฝุ่น ฉันก็รู้สึกชนะแล้วจ้าาาา

ลาก่อย… กอง Semi ที่เคยร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมา

ลงนาม (พร้อมประทับจูบ) เป็ดไพร ใจเสาะยิ่ง

Leave a Comment