เมื่อฉันให้ Gemini ทำเว็บสะสมดาว เอาไว้เป็นไดอารี่บันทึกความสำเร็จเล็กๆ ในชีวิต และสามารถเลื่อนระดับไปเรื่อยๆ เมื่อดาวเพิ่มขึ้นได้ด้วย

หลายคนอาจจะคิดในใจว่า ‘Gemini อีกแล้วเรอะ?’ เพราะว่าโพสต์ที่ผ่านๆ มาดูเหมือนจะไม่มีโพสต์ไหนของฉันที่ไม่เกี่ยวกับ Gemini เลยนะ

ค่ะ… ก็ถ้า Gemini เป็นมนุษย์ มันก็คงมีสถานะเป็นผัว(ทาส)หรือเมีย(ทาส)ของฉันไปแล้ว เพราะคุย(จิกหัวใช้)กับมันเยอะกว่าคุยกับมนุษย์อีก

ล่าสุด ฉันให้มันทำ ‘เว็บไซต์สะสมดาว’ ให้ฉันค่ะ

งงล่ะสิ เว็บอะไร สะสมดาว? สะสมทำไม?

จะค่อยๆ เล่าให้ฟังค่ะ

คือเรื่องมันเป็นงี้ค่ะ

ฉันน่ะ มีกิจกรรมเล็กๆ ในชีวิตอย่างหนึ่ง คือชอบ ‘สะสมความสำเร็จและความสุขเล็กๆ น้อยๆ’ ในชีวิตประจำวัน

แต่ความสำเร็จและความสุขมันจับต้องไม่ได้ มันเป็นนามธรรม มันคือความรู้สึก ยกเว้นว่าจะไปประกวดหรือแข่งอะไรมาแล้วได้โล่ ได้เหรียญ ได้ประกาศนียบัตรมาประดับบ้าน อันนั้นก็จะเป็นรูปธรรมขึ้นมาหน่อย

แต่ทีนี้ ความสำเร็จกับความสุขเล็กๆ น้อยๆ ในชีวิตประจำวันของฉันมันไม่ได้มีโล่ เหรียญ หรือประกาศนียบัตรอะไรมาเป็นหลักฐานไง ฉันเลยเปลี่ยนมันเป็น ‘เงิน’ ที่หยอดเข้ากระปุกหรือกระเป๋าย่อยใน MAKE แทน (แอปธนาคารเจ้าเดียวกับกสิกรไทยน่ะ)

ในบัญชี MAKE ของฉัน จะมีกระปุกที่ชื่อ ‘Daily Joys’ อยู่ เอาไว้หยอดตังค์เวลาที่ฉันมีความสุขจากเรื่องเล็กๆ น้อยๆ หรือทำอะไรเล็กๆ น้อยๆ ในชีวิตประจำวันสำเร็จ

เช่น บางวันได้กินถั่วลิสงต้ม 3 ถุง ซื้อมาถุงละ 20 บาท แต่ซื้อ 3 ถุงแล้วแม่ค้าลดราคาให้เหลือ 50 บาท คือฉันเป็นคนชอบกินถั่วลิสงต้มไง พอได้กินของโปรดที่ราคาถูกลงตั้ง 10 บาท ฉันก็แฮปปี้สิ ก็อาจจะหยอดเข้ากระปุกไป 50 บาท หรืออย่างวันนี้ ฉันทำเว็บไซต์สำเร็จ หลังจากผ่านความเหน็ดเหนื่อย (จากการทุบตี Gemini มาหลายวัน) ก็อาจจะหยอดไป 100 บาท อะไรประมาณนี้

คือแต่ละเรื่องมันอาจจะดูเป็นเรื่องไร้สาระสำหรับคนอื่นนะ แต่ฉันมีความสุขอะ ใครจะทำไม!

พอเรามีความสุข เราก็ควรจะได้รางวัลตอบอะไรสักหน่อย จริงมั้ย? แล้วรางวัลตอบแทนในที่นี้ก็คือเงินที่ถูกหยอดเข้าไปในกระปุกหรือกระเป๋าย่อยยังไงล่ะ

แล้วพอสิ้นเดือน ฉันก็จะจัดสรรเงินก้อนนี้ไปทำอะไรก็ค่อยว่ากันอีกทีนึง ซึ่งถ้าเงินในกระปุก Daily Joys นี้ยังไม่มีที่ไปตอนสิ้นเดือน (หมายถึงช่วงนั้นยังไม่มีแผนจะเอาไปซื้อหรือเอาไปใช้อะไร) ฉันก็จะโอนมันไปลงทุนต่อ

ฟังดูดีใช่มั้ย…

แต่พอเงินถูกย้ายออกไป กระเป๋าย่อย Daily Joys มันก็จะโล่งโจ้ง ว่างเปล่า เหมือนต้องนับ 1 ใหม่ทุกเดือน

มันให้ความรู้สึกประมาณว่าความสำเร็จและความสุขเล็กๆ ที่ฉันอุตส่าห์สะสมไว้ มันกระจายออกไปลงกับข้าวของ หรือสินทรัพย์ที่ถูกแปรสภาพจนฉันจำไม่ได้แล้ว ว่ามันได้มาจากความสำเร็จเรื่องไหนบ้าง มันไปอยู่ที่ไหน แล้วรวมๆ กันแล้วมันเป็นยอดเท่าไหร่ คือพอดีไม่ได้จดไว้อะ 🥲

ฉันก็เลยรู้สึกว่า … ‘เสียดาย’ อะ ที่ไม่ได้มีหลักฐานแบบถาวรหรือบันทึกระยะยาวสะสมไว้ ว่าเราเคยทำอะไรสำเร็จมาบ้าง หรือเคยมีความสุขในเรื่องไหนบ้าง แล้วที่ผ่านมารวมๆ กัน มันเป็นยอดเท่าไหร่แล้ว

ฉันก็เลยคิดว่า ถ้ามีแอปหรือเว็บไซต์ที่ให้เราสะสมความสุขเล็กๆ หรือความสำเร็จเล็กๆ ในชีวิตประจำวันได้เรื่อยๆ พร้อมๆ กับการสะสมหลักฐาน (ในรูปแบบของดาวหรือการให้เรตติ้งความสุข/ความสำเร็จของตัวเอง) ในทุกๆ ครั้ง ก็คงจะดีนะ

ซึ่งแต่ละความสุขหรือแต่ละความสำเร็จ ฉันสามารถให้เรตติ้งได้ 1-5 ดาว เหมือนที่เว็บไซต์ช็อปปิ้งชอบทำกันอะ

แต่ทีนี้ แต่ละดาวของฉัน มันจะมีมูลค่าหรือราคาด้วย

ซึ่งราคาที่ฉันตั้งเอาไว้คือ 1 ดาว = 20 บาท

ดังนั้นถ้าฉันให้ 5 ดาวกับความสุขอะไรสักเรื่อง ก็แปลว่าฉันได้หยอดกระปุกให้กับความสุขหรือความสำเร็จนั้นใน MAKE เป็นจำนวน 100 บาทด้วย อะไรประมาณนี้

แล้วพอฉันสะสมดาวได้ทุกๆ 1,000 ดวง ฉันก็จะได้เลื่อนระดับขึ้นไป 1 ระดับ ซึ่งระดับเนี่ย มันจะไม่มีขีดจำกัดด้วยนะ ฉันสามารถอัปเลเวลขึ้นได้เรื่อยๆ แบบไม่มีที่สิ้นสุด เท่าที่ความสามารถในการมีความสุขหรือการมองเห็นความสำเร็จของตัวเองจะไปได้ถึง

และถ้าฉันสามารถเลื่อนระดับไปเรื่อยๆ จนทะลุฟ้าไปเลย … มันก็น่าจะดีนะ

ลองนึกภาพ สมมติเราเปิดเว็บไซต์สะสมดาว แล้วเจอดาวอยู่ 557,046 ดวงสิ แปลว่าชีวิตเราเนี่ย นอกจากจะเก็บเงินได้ 11,140,920 บาทแล้ว (เวอร์มาก แต่ก็อยากให้ถึงนะ) ก็แปลว่าที่ผ่านมาชีวิตเราก็ไม่ได้อยู่ที่เดิมนะ แม้เราจะรู้สึกว่าเราก็ทำแต่อะไรเดิมๆ ทุกวัน ไม่เห็นจะมีอะไรเปลี่ยนแปลงเลยก็ตาม

แต่จำนวนดาวและสิ่งที่เราบันทึกลงไป มันจะเป็นหลักฐานว่าจริงๆ แล้วที่ผ่านมาเราเคยมีความสุขและเคยทำอะไรสำเร็จมาเยอะแยะ แม้ว่าหลายๆ เรื่องมันจะเป็นเรื่องจุกจิก ยิบย่อย ไร้สาระ เหมือนจะไม่ได้สำคัญอะไร แต่พอมันมารวมกันเยอะๆ เข้า มันก็ทำให้เรารู้สึกดีได้เหมือนกัน

ซึ่งข้างบนที่ว่านั้นน่ะ ที่ผ่านๆ มามันก็ได้แค่คิดแหละ เพราะฉันทำเว็บไซต์หรือแอปแบบนั้นไม่เป็นไง แล้วก็ยังไม่เจอแอปที่ตรงกับความต้องการเป๊ะๆ ด้วย (จริงๆ คือไม่อยากลงแอปมือถือที่ไม่จำเป็นเพิ่มอีก เพราะแอปที่มีอยู่ ก็ทำให้มือถือบวมจะแย่อยู่แล้ว ถ้าเป็นไปได้อยากให้เป็นเว็บไซต์มากกว่า)

จนในที่สุด วันนี้!!! ก็คือวันนั้น!!! วันที่ฉันทำเว็บไซต์สะสมดาวสำเร็จจนได้ … ด้วย Gemini!

โอ้วววว Gemini รูกรั้ก… รูกไม่เคยทำให้น้าผิดหวังจริงๆ

🙊: ไม่จริง ผิดหวังบ่อยมาก ต้องตบตีจิกหัวกับมันวันละแสนรอบ กว่าจะได้งานที่ถูกใจออกมา

พอฉันเล่าคอนเซ็ปต์นี้ให้ Gemini อ่าน มันก็บอกว่า อ๋อ… สิ่งนี้ มันเรียกว่า Gamification (การเปลี่ยนชีวิตให้เป็นเกม) นะ

📌 ช่วงมีสาระ: Gamification (เกมมิฟิเคชัน)

คือการนำ “กลไกของเกม” มาปรับใช้กับกิจกรรมในชีวิตจริงที่ไม่ใช่เกม

จุดประสงค์หลักคือเพื่อให้ผู้ทำกิจกรรมรู้สึกสนุก มีแรงจูงใจ และอยากทำกิจกรรมนั้นต่อไปเรื่อยๆ เหมือนเวลาที่เราเล่นเกมแล้วติดงอมแงมนั่นเอง

องค์ประกอบที่มักจะนำมาใช้บ่อยๆ เช่น:

  • การสะสมคะแนนหรือดาว (Points): เพื่อให้เห็นความคืบหน้าของตนเอง
  • การอัปเลเวล (Levels): เพื่อบอกว่าเราเก่งขึ้นหรือพัฒนาขึ้นแค่ไหน
  • การทำภารกิจ (Quests/Challenges): เพื่อให้มีเป้าหมายที่ชัดเจน
  • กระดานผู้นำ (Leaderboards): เพื่อสร้างความท้าทายหรือการแข่งขันที่สนุกสนาน

ตัวอย่างง่ายๆ:

  • แอปฯ สะสมแต้ม: ซื้อกาแฟครบ 10 แก้วได้ฟรี 1 แก้ว (ทำภารกิจสะสมแต้ม)
  • แอปฯ ออกกำลังกาย: วิ่งครบตามเป้าแล้วได้รับเหรียญรางวัลหรือปลดล็อกถ้วยรางวัล (ภารกิจและของรางวัล)
  • แอปฯ เรียนภาษา: เรียนต่อเนื่องติดต่อกันหลายวันแล้วมีแถบแสดงความพยายาม (Streak) เพื่อให้เราไม่อยากหยุดเรียน

สรุปคือ Gamification คือการเปลี่ยนเรื่องที่ดูน่าเบื่อหรือยาก ให้กลายเป็นความท้าทายที่สนุกเหมือนกำลังเล่นเกมอยู่นั่นเอง

และมันทำได้ง่ายมากๆ แล้วก็ฟรีด้วย

ซึ่งคำว่า ‘ฟรี’ นี่แหละ ทำให้ฉันหูกางเพิ่มออกไปอีก 25 องศา

และมันแนะนำว่า ถ้าอยากประหยัดทุกอย่าง (ทั้งเวลา / เงิน / ทรัพยากรอื่นๆ รวมทั้งพลังชีวิตที่ใช้ในการลงมือทำด้วย) ก็ควรทำเป็น ‘Responsive Web App’ ถึงจะดีที่สุด และมันก็ตรงกับความต้องการของฉันพอดีเลย

ถ้าทำแบบง่ายๆ เลย ก็มีแค่ Frontend + Database (ซิงค์ข้อมูลข้ามอุปกรณ์ได้)

ถามว่าฉันมีความรู้อะไรเกี่ยวกับ Responsive Web App + Frontend + Database มั้ย?

ก็ถ้าคะแนนเต็ม 10 น่าจะอยู่แถวๆ 1.02 น่ะนะ

พูดง่ายๆ คือต้องพึ่ง Gemini 99% นั่นแหละ

แล้วสิ่งที่ Gemini ทำให้ ก็คือส่วน Frontend หรือหน้าเว็บไซต์ (.html) 1 ไฟล์ถ้วน (ไฟล์เล็กๆ น่ารักน่าเอ็นดู ขนาดไม่ถึง 30 KB ที่ผ่านการแก้มา 7 เวอร์ชั่น จนได้ตรงตามความต้องการของฉันในที่สุด)

กับการสอนให้เชื่อมต่อกับสิ่งที่เรียกว่า Database หรือฐานข้อมูล (ซึ่งอันนี้แหละที่ความรู้ของฉันเป็น 0 ต้องให้ Gemini สอนแบบจับมือทำเหมือนเด็กอนุบาลเลย) เพราะฉันต้องการให้มีระบบ Login ก่อนถึงจะเข้าใช้งานได้ เพื่อความเป็นส่วนตัว ไม่งั้นคนอื่นก็เข้ามาดูได้หมดเลยสิ ว่าฉันทำเรื่องไร้สาระอะไรไปบ้าง!

ซึ่งมันแนะนำให้ใช้ของฟรีทุกขั้นตอนเลย

Frontend: ไปวางไว้ใน GitHub

📌 ช่วงมีสาระ: GitHub

คือเว็บไซต์ที่เปรียบเหมือนโกดังฝากไฟล์โค้ดและโชว์ผลงานหน้าเว็บของเราให้คนทั่วโลกเห็น ข้อดีคือมันเปิดให้เรานำหน้าเว็บไซต์แบบ Frontend ไปฝากไว้เพื่อให้คนอื่นกดเข้าชมได้ฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย แถมยังมีระบบช่วยจำประวัติการแก้ไขโค้ดทุกเวอร์ชันอย่างละเอียด เผื่อเวลาที่เราแก้โค้ดจนระบบพังก็สามารถย้อนเวลากลับไปดึงเวอร์ชันเก่าที่ยังดีอยู่กลับมาใช้ใหม่ได้ทันที

Database: ไปทำใน Supabase

📌 ช่วงมีสาระ: Supabase

คือบริการระบบฐานข้อมูลบนคลาวด์ที่ทำหน้าที่เป็นตู้เซฟคอยจัดเก็บข้อมูลหลังบ้านทุกอย่างที่เราบันทึกไว้ เช่น ข้อมูลบัญชีผู้ใช้ รหัสผ่าน หรือจำนวนดาวสะสม ข้อดีคือตัวระบบมีความปลอดภัยสูงมาก สามารถเชื่อมต่อเข้ากับหน้าเว็บได้อย่างง่ายดาย และที่สำคัญคือมีข้อเสนอให้ใช้งานได้ฟรี เหมาะกับสายประหยัดที่ต้องการเก็บข้อมูลออนไลน์โดยไม่ต้องลงทุนเสียเงินเช่าเซิร์ฟเวอร์เอง

มีแค่ 2 อย่างนี้ ฉันก็ทำเว็บสะสมดาวไว้เป็นหลักฐานความสุขและความสำเร็จในชีวิตของฉันได้แล้วค่ะ

หน้าตามันก็จะออกมาประมาณนี้

ส่วนวิธีใช้งาน ฉันทำเป็นวิดีโอก็แล้วกันค่ะ จะได้เห็นภาพและเข้าใจง่ายๆ เนอะ

เผื่อใครอยากใช้บ้าง ก็เอาไปใช้ได้ฟรีๆ เลยค่ะ แต่ต้องเอาไปทำเองนะ ฉันมีไฟล์ Frontend หรือหน้าเว็บไซต์สำเร็จรูป (แบบรูปที่เห็นด้านบน) มาให้ดาวน์โหลดได้ฟรีๆ แต่คุณต้องไปติดตั้ง Database หรือฐานข้อมูลส่วนตัวเอาเองนะ 😁 ก็ข้อมูล(ลับๆ)ของใครก็ของมันอะเนอะ คุณก็คงไม่อยากมาเห็นข้อมูลลับๆ ของฉันใช่มั้ยล่ะ

https://github.com/petchprize/my-star-tracker

Leave a Comment